News

คำสาบานผ่านหน้าจอเลือด: งานวิวาห์ไร้เงาเจ้าบ่าว

 สู่ไลฟ์สดจากห้องไอซียูที่กระชากน้ำตาทั้งหอประชุม!

แชนเดอเลียร์คริสตัลนับร้อยดวงส่องประกายระยิบระยับอยู่เบื้องบน สาดส่องแสงสีทองอร่ามลงมายังห้องบอลรูมของโรงแรมหรูระดับห้าดาวใจกลางมหานคร ดอกกุหลาบสีขาวและดอกลิลลี่นับหมื่นดอกถูกจัดแต่งอย่างวิจิตรบรรจง ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั่วบริเวณ วงออร์เคสตรากำลังบรรเลงเพลงคลาสสิกที่แสนโรแมนติก แขกเหรื่อระดับวีไอพีกว่าพันชีวิตในชุดราตรีและสูทหรูหราต่างจับกลุ่มพูดคุย ดื่มแชมเปญ และรอคอยช่วงเวลาสำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้… ทว่า บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยความรักและความปีติยินดี กลับถูกแทนที่ด้วยความตึงเครียดและเสียงซุบซิบนินทาที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ

นาฬิกาเรือนยักษ์บอกเวลา 20:30 น. ล่วงเลยกำหนดการตัดเค้กและพิธีการบนเวทีมาเกือบสามชั่วโมงแล้ว

ที่ห้องพักรับรองเจ้าสาวด้านหลังเวที ‘อารยา’ หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของงานวิวาห์ในค่ำคืนนี้ นั่งนิ่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ในชุดแต่งงานผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ที่ประดับด้วยลูกไม้ฝรั่งเศสและคริสตัลสวารอฟสกี้ที่สั่งตัดพิเศษมูลค่าเหยียบหลักล้าน ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามหมดจดบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ นัยน์ตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาที่พร้อมจะร่วงหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ สองมือที่สวมถุงมือลูกไม้กำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นจนข้อปลาวนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว

“หมายเลขที่คุณเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…”

เสียงตอบรับอัตโนมัติจากเครือข่ายโทรศัพท์ดังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเป็นรอบที่ร้อย อารยาปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งกลิ้งหล่นลงมาอาบแก้ม เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่กำลังฉีกทึ้งหัวใจ

‘กฤต’ เจ้าบ่าวของเธอ… ผู้ชายที่สัญญากับเธอว่าจะดูแลเธอไปตลอดชีวิต ผู้ชายที่รักและทะนุถนอมเธอมาตลอดเจ็ดปีที่คบกัน จู่ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่ช่วงบ่าย เขาไม่ได้มาร่วมพิธีรดน้ำสังข์ในช่วงเย็น และจนถึงตอนนี้ที่แขกเหรื่อเต็มหอประชุม เขาก็ยังไม่ปรากฏตัว

“มันหนีไปแล้ว! ไอ้ผู้ชายห่วยแตกคนนั้นมันทิ้งแกไปแล้วอารยา!” เสียงตวาดกร้าวของ ‘คุณพลากร’ บิดาของอารยาดังลั่นห้องพักเจ้าสาว ใบหน้าของผู้เป็นพ่อแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “พ่องานแม่หน้าไปหมดแล้ว! แขกข้างนอกเริ่มนินทากันสนุกปากว่าลูกสาวของพลากรถูกเจ้าบ่าวทิ้งกลางงานแต่ง! มันหยามเกียรติตระกูลเราเกินไปแล้ว! พ่อจะออกไปประกาศยกเลิกงานเดี๋ยวนี้!”

“อย่าเพิ่งค่ะคุณพ่อ! กฤตไม่ใช่คนแบบนั้น อารยามั่นใจว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับเขาแน่ๆ กฤตรักอารยา เขาไม่มีทางทิ้งอารยาไปในวันสำคัญของเราเด็ดขาด!” อารยาร้องไห้สะอื้น พยายามรั้งแขนบิดาไว้

“ถ้ามันเกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรไป มันก็ต้องมีคนโทรมาแจ้งแล้วสิ! แต่นี่โทรศัพท์มันก็ปิด เครื่องติดตามตัวก็ถูกปิด! มันจงใจหนีชัดๆ เจ้าบ่าวหนีงานแต่ง! แกยังจะไปเข้าข้างมันอีกเหรอ!” คุณพลากรสะบัดแขนออกด้วยความโมโห ก่อนจะผลักประตูเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้อารยาทรุดตัวลงนั่งร้องไห้อย่างหมดสภาพ

เสียงซุบซิบนินทาจากด้านนอกดังลอดเข้ามาให้ได้ยินเป็นระยะ บรรดาไฮโซและญาติพี่น้องต่างพากันตั้งข้อสันนิษฐานไปต่างๆ นานา

“สงสัยเจ้าบ่าวจะกลัวการผูกมัด เห็นว่าไม่ได้รวยเท่าฝ่ายหญิงนี่ คงทนความกดดันไม่ไหว” “ฉันว่าเขามีเมียน้อยซ่อนไว้แน่ๆ เลยแอบหนีตามกันไป โธ่… น่าสงสารหนูอารยานะคะ สวยระดับนางงามแต่ถูกทิ้งกลางงานแต่ง” “เจ้าบ่าวหนีงานแต่งชัดๆ งานช้างกลายเป็นงานกร่อยไปเลยคราวนี้”

ทุกถ้อยคำเสียดสีเปรียบเสมือนใบมีดที่กรีดลงบนหัวใจของเจ้าสาว อารยาปาดน้ำตาออกจากแก้ม เธอตัดสินใจแล้วว่า หากงานนี้จะต้องจบลงด้วยความอับอาย เธอจะเป็นคนออกไปเผชิญหน้ากับแขกทุกคนด้วยตัวเอง เธอจะไม่ยอมให้ใครมาตราหน้ากฤตว่าเป็นคนขี้ขลาด แม้ในใจลึกๆ เธอเองก็เริ่มหวาดหวั่นและสับสนจนแทบจะเป็นบ้าก็ตาม

อารยาลุกขึ้นยืน รวบชายกระโปรงชุดเจ้าสาวที่หนักอึ้ง ก้าวเดินออกไปจากห้องพักรับรอง มุ่งหน้าสู่เวทีใหญ่กลางหอประชุม

เมื่อร่างของเจ้าสาวผู้โดดเดี่ยวปรากฏตัวขึ้นบนเวทีโดยไร้เงาของเจ้าบ่าวเคียงข้าง เสียงจอแจในหอประชุมก็เงียบลงราวกับป่าช้า ทุกสายตาจับจ้องมาที่เธอด้วยความอยากรู้อยากเห็น บางคนมองด้วยความเวทนา บางคนมองด้วยความสมเพช อารยารับไมโครโฟนมาจากพิธีกรที่ยืนหน้าซีดอยู่ข้างๆ มือของเธอสั่นเทาขณะที่ยกไมค์ขึ้นจรดริมฝีปาก

“สวัสดีค่ะ… แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน” เสียงของอารยาสั่นสะท้านและแหบพร่า “อารยาต้องกราบขออภัยทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ทำให้ต้องรอนาน และอารยาต้องขอประกาศให้ทราบว่า… งานฉลองมงคลสมรสในค่ำคืนนี้… อาจจะต้อง…”

อารยากลืนก้อนสะอื้นลงคอ คำว่า ‘ยกเลิก’ มันจุกอยู่ที่ลำคอจนพูดไม่ออก น้ำตาของเธอร่วงหล่นลงมากระทบไมโครโฟน แขกเหรื่อต่างเริ่มส่งเสียงฮือฮา คุณพลากรยืนกำหมัดแน่นอยู่ที่หน้าเวทีเตรียมจะขึ้นมาดึงตัวลูกสาวลงไป

แต่ทว่า… ในเสี้ยววินาทีที่อารยากำลังจะเอื้อนเอ่ยประโยคสุดท้าย เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดก็บังเกิดขึ้น!

พรึ่บ!!

จู่ๆ แสงไฟในหอประชุมก็ถูกหรี่ลงจนมืดสนิท เสียงดนตรีคลาสสิกถูกตัดขาดหายไป แทนที่ด้วยเสียงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ดังขึ้น ตามมาด้วยภาพบน ‘หน้าจอ LED ขนาดยักษ์’ ความกว้างกว่าสิบเมตรที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังเวที ซึ่งถูกเปิดขึ้นอย่างกะทันหัน!

ผู้คนนับพันชีวิตต่างตกตะลึงและหันไปจ้องมองที่หน้าจอเดียวกัน

ภาพที่ปรากฏบนจอ LED ไม่ใช่วิดีโอพรีเซนเทชันงานแต่งงานอันแสนหวาน ไม่ใช่ภาพถ่ายพรีเวดดิ้งที่สวยงาม… แต่มันคือ ‘วิดีโอคอลแบบถ่ายทอดสด (Live Video)’ ที่มีภาพสั่นไหวเล็กน้อย

และเมื่อภาพนั้นปรับโฟกัสจนชัดเจน… เสียงกรีดร้องด้วยความตกใจก็ดังระงมไปทั่วทั้งหอประชุม! อารยาที่ยืนอยู่หน้าจอเบิกตากว้างจนแทบถลนออกมานอกเบ้า ขาทั้งสองข้างอ่อนระทวยจนทรุดตัวลงไปกองกับพื้นเวที มือจับไมโครโฟนไว้แน่นราวกับเป็นที่พึ่งสุดท้าย

บนหน้าจอยักษ์นั้น คือภาพของบรรยากาศภายใน ‘ห้องไอซียูฉุกเฉิน (ICU)’ ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง เสียงเครื่องวัดชีพจรดัง ติ๊ด… ติ๊ด… ติ๊ด… อย่างต่อเนื่องและเชื่องช้า สายยางและเครื่องช่วยหายใจระโยงระยางเต็มไปหมด

และบนเตียงผู้ป่วยที่ปูด้วยผ้าสีขาวซึ่งบัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยคราบเลือด… คือร่างของ ‘กฤต’ เจ้าบ่าวที่ทุกคนเพิ่งตราหน้าว่าวิ่งหนีงานแต่ง!

สภาพของกฤตในเวลานี้แทบไม่เหลือเค้าโครงของผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดในวันวิวาห์ ศีรษะของเขาถูกพันด้วยผ้าพันแผลที่มีเลือดสีแดงฉานซึมออกมาจนชุ่ม ใบหน้าเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์และรอยฟกช้ำดำเขียว ที่หน้าอกมีสายท่อระบายเลือดเสียบทะลุผิวหนัง เสื้อเชิ้ตทักซิโด้สีขาวที่เขาตั้งใจใส่มาเข้าพิธี ฉีกขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยเขม่าควันและคราบเลือดจนกลายเป็นสีแดงฉูดฉาด ทว่าที่กระเป๋าเสื้อหน้าอกเบื้องซ้าย ดอกกุหลาบขาวที่เป็นสัญลักษณ์ของเจ้าบ่าวยังคงติดอยู่ แม้จะช้ำและเปื้อนเลือดก็ตาม

“ก… กฤต!! กฤตคะ!!” อารยากรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก เธอพยายามจะเอื้อมมือไปสัมผัสหน้าจอ LED ราวกับจะทะลุไปหาชายคนรัก

แขกเหรื่อทั้งหอประชุมนิ่งอึ้งจนตัวชา เสียงซุบซิบนินทาเมื่อครู่ถูกแช่แข็งกลายเป็นความเงียบงันที่น่าขนลุก คุณพลากรที่เคยด่าทอเจ้าบ่าว บัดนี้ยืนอ้าปากค้าง ขาสั่นงันงก

ในวิดีโอคอล มีพยาบาลสาวคนหนึ่งที่เปื้อนเลือดไม่แพ้กันเป็นคนถือโทรศัพท์มือถือถ่ายทอดสดให้ เธอเช็ดน้ำตาของตัวเองก่อนจะพูดใส่ไมโครโฟนของโทรศัพท์ เสียงของพยาบาลดังสะท้อนก้องไปทั่วหอประชุม

“ส… สวัสดีค่ะ ขอโทษที่ต้องรบกวนงานแต่งงานนะคะ… แต่คุณกฤต… เขาปฏิเสธการเข้าห้องผ่าตัดฉุกเฉินค่ะ… เขาขอร้องอ้อนวอนพวกเราทั้งน้ำตา ขอร้องจนแทบจะกราบเท้าคุณหมอ… เขาบอกว่า เขาจะยอมตายไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับผู้หญิงที่เขารักที่สุด… เขาขอให้เราวิดีโอคอลหาเจ้าสาวของเขาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เขาจะหมดสติค่ะ…”

พยาบาลพูดไปสะอื้นไป ก่อนจะเลื่อนกล้องไปให้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ยืนอยู่ข้างเตียง เจ้าหน้าที่กู้ภัยคนนั้นชูหน้ากากกันแก๊สพิษที่ละลายไปครึ่งหนึ่งขึ้นมา และเป็นคนเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้โลกของทุกคนต้องหยุดหมุน

“คุณกฤตประสบอุบัติเหตุระหว่างทางมาที่โรงแรมครับ… มีรถตู้รับส่งนักเรียนคันหนึ่งเกิดยางระเบิด พุ่งชนประสานงากับรถบรรทุกน้ำมันจนเกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงตรงทางด่วน… คุณกฤตเห็นเหตุการณ์แทนที่เขาจะขับรถหนีเพื่อรีบมางานแต่ง แต่เขากลับจอดรถ แล้ววิ่งฝ่ากองเพลิงเข้าไปทุบกระจกรถตู้ ช่วยดึงเด็กนักเรียนสิบสองคนและคนขับรถออกมาจากกองเพลิงได้สำเร็จ… แต่ในจังหวะสุดท้ายที่เขากำลังช่วยเด็กคนสุดท้าย… รถตู้เกิดระเบิดขึ้น แรงอัดกระแทกตัวคุณกฤตปลิวไปกระแทกกับแบริเออร์คอนกรีตอย่างจัง… เขาเป็นฮีโร่ครับ เขาช่วยชีวิตเด็กไว้ได้สิบสองชีวิต แลกกับร่างกายของเขาเองที่แหลกเหลว…”

สิ้นคำบอกเล่าของเจ้าหน้าที่กู้ภัย… เสียงสะอื้นไห้ก็ระเบิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งหอประชุม! บรรดาไฮโซที่เคยนินทาเหยียดหยาม บัดนี้พากันยกมือปิดปากร้องไห้ด้วยความละอายใจอย่างถึงที่สุด คุณพลากรทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ร้องไห้โฮด้วยความรู้สึกผิดที่ด่าทอผู้ชายที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตของลูกสาว

อารยาคลานเข่าเข้าไปกอดหน้าจอ LED ตรงตำแหน่งใบหน้าของกฤต “กฤต… ทำไมคุณถึงโง่แบบนี้… ทำไมคุณไม่ห่วงตัวเองเลย… ฮือๆ… คุณมันคนบ้า! คุณรับปากแล้วไงว่าจะมาแต่งงานกับอารยา!”

บนเตียงผู้ป่วย กฤตที่พึ่งได้รับการฉีดยาแก้ปวด พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะลืมตาที่บวมช้ำขึ้นมามองหน้าจอโทรศัพท์ที่พยาบาลจ่อไว้ตรงหน้า เขาเห็นอารยาในชุดเจ้าสาวที่แสนงดงามกำลังร้องไห้แทบขาดใจ

กฤตขยับริมฝีปากที่แตกช้ำ ค่อยๆ ถอดหน้ากากออกซิเจนออกชั่วคราว แม้จะเจ็บปวดเจียนตาย แต่เขาก็เค้นเสียงที่แหบพร่าและสั่นเครือออกมาให้ดังที่สุดเท่าที่จะทำได้… เสียงของเขาดังสะท้อนผ่านหน้าจอ LED ก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งของหัวใจทุกคน

“อ… อารยา… ที่รักของผม…” กฤตกระซิบ เสียงหอบหายใจของเขาดังชัดเจน “ผม… ผมขอโทษ… ที่ไปสาย… ผมทำสูทเลอะหมดเลย… คุณสวย… สวยที่สุดเลยรู้ไหม…”

“กฤตไม่ต้องพูดแล้ว! หายใจลึกๆ นะคะ อารยาไม่โกรธเลย อารยารักกฤต! หมอคะ! รีบพากฤตไปผ่าตัดสิคะ ปล่อยเขาไว้แบบนี้ได้ยังไง!” อารยาตะโกนร้องไห้ใส่หน้าจอ

“ม… ไม่… ฟังผมก่อน…” กฤตพยายามยกมือขวาที่เต็มไปด้วยรอยไหม้และเลือดขึ้นมาอย่างยากลำบาก ในมือนั้น… เขากำ ‘แหวนแต่งงานเพชร’ ที่เขารักษาไว้ด้วยชีวิตจนมันเปื้อนคราบเลือดเอาไว้แน่น

“อารยา… ผมอาจจะ… ไม่ได้กลับไปเต้นรำกับคุณในคืนนี้… แต่ผม… ผมไม่อยากให้งานแต่งงานของเรา… ต้องเป็นแค่ความฝัน…”

กฤตสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ข่มความเจ็บปวดที่แสนสาหัส น้ำตาแห่งความรักและความเสียสละไหลรินออกจากหางตาของฮีโร่หนุ่ม

“ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติทุกคน… ต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้า… ผม… นายกฤต… ขอรับคุณอารยา… เป็นภรรยา… ผมขอสาบาน… ว่าจะรัก… จะดูแล… จะซื่อสัตย์ต่อคุณ… ไม่ว่าในยามสุข… หรือยามทุกข์… ยามป่วยไข้… หรือแม้แต่… ในวินาทีที่ลมหายใจสุดท้ายของผม… กำลังจะหมดลง… ผมก็จะมีแต่คุณ… เพียงคนเดียว… แต่งงานกับผมนะ… อารยา…”

คำสาบานที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เปื้อนเลือด เปรียบเสมือนบทเพลงแห่งสวรรค์ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด ไม่มีใครในหอประชุมที่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้อีกต่อไป เสียงร้องไห้ระงมดังไปทั่วราวกับสายฝนที่โปรยปราย แม้แต่นักดนตรีออร์เคสตรายังต้องวางเครื่องดนตรีลงเพื่อเช็ดน้ำตา

อารยาเอาหน้าผากแนบกับหน้าจอ LED ร้องไห้จนตัวโยน เธอชูมือซ้ายที่สวมถุงมือลูกไม้ขึ้นมาสัมผัสกับมือที่ถือแหวนของกฤตผ่านหน้าจอ

“อารยารับค่ะ! อารยาขอรับคุณกฤตเป็นสามี! อารยาจะรักคุณคนเดียวไปตลอดชีวิต! ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสภาพไหน คุณคือสามีของอารยา! กฤตคะ… คุณทำตามสัญญาแล้ว ตอนนี้คุณต้องรักษาสัญญาอีกข้อ… คุณต้องมีชีวิตรอดกลับมาสวมแหวนวงนี้ให้อารยาด้วยมือของคุณเองนะ! ได้ยินไหมกฤต! คุณห้ามทิ้งอารยาไปนะ!”

กฤตยิ้มบางๆ ผ่านคราบเลือดและน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่งดงามที่สุดเท่าที่อารยาเคยเห็น “ผม… จะพยายาม… เพื่อคุณ… รักคุณนะ… ภรรยาของผม…”

สิ้นประโยคนั้น สติสัมปชัญญะของกฤตก็ดับวูบลง ร่างของเขากระตุกเกร็ง เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงร้องเตือนแหลมปรี๊ดดดด! บ่งบอกว่าหัวใจกำลังจะหยุดเต้น!

“หมอคะ! คนไข้หัวใจหยุดเต้น! เตรียมเครื่องปั๊มหัวใจด่วน! ตัดสายเลยค่ะ เราต้องเข้าห้องผ่าตัดเดี๋ยวนี้!” เสียงของพยาบาลตะโกนลั่นด้วยความตื่นตระหนก ก่อนที่ภาพบนหน้าจอ LED จะถูกตัดฉับกลายเป็นสีดำสนิท!

“ไม่!!! กฤต!!! ไม่นะกฤต!!!” อารยากรีดร้องสุดเสียงและเป็นลมล้มพับไปบนเวทีทันที ท่ามกลางความตื่นตระหนกของคุณพลากรและแขกเหรื่อที่รีบวิ่งกรูกันเข้ามาปฐมพยาบาล

…

ค่ำคืนวิวาห์ที่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจผิด ได้แปรเปลี่ยนเป็นบททดสอบความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของคนสองคน

หลังจากคืนนั้น ข่าวการกระทำอันกล้าหาญของ ‘เจ้าบ่าวฮีโร่’ ถูกนำเสนอไปทั่วทุกสำนักข่าวทั่วประเทศ ภาพของกฤตที่ยอมสละชีวิตตัวเองเพื่อช่วยเด็กนักเรียนสิบสองคน ทำให้เขากลางเป็นวีรบุรุษที่คนทั้งประเทศร่วมส่งกำลังใจให้ บรรดาแขกเหรื่อที่เคยนินทาต่างร่วมกันบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือโรงพยาบาลและครอบครัวของกฤตเพื่อไถ่โทษต่อคำพูดร้ายกาจของตน

กฤตใช้เวลาอยู่ในห้องไอซียูถึงเจ็ดวันเต็ม โดยมีอารยาในชุดกาวน์ปลอดเชื้อนั่งจับมือและร้องไห้อยู่ข้างเตียงไม่ห่าง เธอเฝ้ากระซิบคำรักและคำสาบานซ้ำๆ ทุกวัน จนกระทั่งปาฏิหาริย์แห่งรักมีจริง… กฤตพ้นขีดอันตรายและฟื้นคืนสติขึ้นมาได้ในที่สุด แม้จะต้องใช้เวลาทำกายภาพบำบัดอยู่นานนับปีเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่บอบช้ำ แต่เขาก็มีอารยาคอยเคียงข้างเป็นดั่งแสงสว่างนำทางเสมอ

…

หนึ่งปีต่อมา…

ณ หอประชุมของโรงแรมแห่งเดิม แชนเดอเลียร์คริสตัลยังคงส่องประกายระยิบระยับ แต่คราวนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตาแห่งความปีติยินดีอย่างแท้จริง

บนเวทีที่ปูด้วยพรมสีแดง… กฤตในชุดทักซิโด้สีขาวสะอาดตา กำลังนั่งอยู่บนรถเข็นวีลแชร์ ใบหน้าของเขายังคงมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่เป็นดั่งเหรียญกล้าหาญแห่งความเสียสละ เขาส่งยิ้มที่อบอุ่นที่สุดไปให้กับอารยา ภรรยาสาวที่งดงามราวกับนางฟ้าในชุดแต่งงานชุดเดิม ที่กำลังเดินถือช่อดอกกุหลาบขาวตรงเข้ามาหาเขา

กฤตพยายามใช้มือขวาที่เคยจับพวงมาลัยหักหลบเปลวเพลิง บัดนี้กำลังจับขอบรถเข็นและค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนด้วยขาทั้งสองข้างของตนเอง แม้จะสั่นเทาและยืนได้ไม่มั่นคงนัก แต่เขาก็หยัดยืนขึ้นมาได้สำเร็จ ท่ามกลางเสียงปรบมือสแตนดิ้งโอเวชั่น (Standing Ovation) ที่ดังกึกก้องกัมปนาทจากแขกผู้มีเกียรติพันกว่าชีวิตที่ลุกขึ้นยืนให้เกียรติวีรบุรุษของพวกเขา

กฤตเอื้อมมือไปรับมือของอารยามาจับไว้ เขาล้วงแหวนเพชรวงเดิม… แหวนที่เคยเปื้อนเลือดในห้องไอซียูเมื่อหนึ่งปีก่อน ซึ่งบัดนี้ถูกขัดจนเงางาม… ค่อยๆ สวมลงบนนิ้วนางข้างซ้ายของอารยาอย่างแผ่วเบา

อารยาร้องไห้ด้วยความตื้นตันใจ เธอดึงร่างของสามีผู้เป็นฮีโร่เข้ามากอดจูบอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางสายฝนของกลีบกุหลาบที่โปรยปรายลงมา

คำสาบานผ่านหน้าจอเลือดในวันนั้น ได้ถูกพิสูจน์แล้วว่า ‘ความรักที่แท้จริง’ ไม่ได้ต้องการเพียงแค่งานวิวาห์ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่มันคือการจับมือกันไว้ให้แน่นที่สุด ในวันที่โลกทั้งใบกำลังพังทลายลงมาต่างหาก.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!